Inciss

จริงหรือที่ AI จะมาแย่งงานเรา? มองความจริงเบื้องหลังความกลัว

โดย วรรณา วงศ์ทอง · 7 กันยายน 2569

ความเคลื่อนไหวในออฟฟิศของเรา

หลายเดือนที่ผ่านมา ทุกครั้งที่นั่งลงกินกาแฟกับเพื่อนฝ่ายต่างๆ คนเกือบทั้งหมดพูดถึง AI อย่างเหมือนว่ามันเป็นตัวโจ๋ที่มาเรียกหนี้ "พฤศจิกายนนี้อาจถูกจ้างไล่ให้" "บริษัทว่าจะลดคนลง" "เนื้องานของฉันคิดว่าน่าจะใช้ ChatGPT แทนได้"

ความกลัวนี่มันจริง ไม่ใช่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ความเศร้าของมันคือ เราไม่ได้คิดให้ลึกขึ้นไปจริงๆ ว่า "แล้ว AI จะแย่งงานเรายังไง?" และสำคัญกว่านั้น "เราควรทำอะไร?" เราเพียงแต่นั่งสะบัดกลัว

เรามองความกลัวนี้ผิด เพราะมองความเป็นจริงผิด

ลองย้อนกลับไปสมัยปู่ย่า พวกเขาอยากกลัวเครื่องจักรเหมือนกัน ตั้งแต่เครื่องสิ่งทอยุคอุตสาหกรรม คน ๆ เดียวสามารถทำงานได้มากขึ้นหลายเท่า คนงานจำนวนมากต้องหนีไปยังเมืองใหญ่ ไม่ใช่เพราะงานหายไป แต่เพราะงานเปลี่ยนไปแล้ว

ตามประวัติศาสตร์ทางเศรษฐศาสตร์ (Wikipedia เก็บข้อมูลนี้ไว้ชัด) ทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีใจแตกเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ คือ:

  • งานบางประเภทหายไป — ใช่ แต่เป็นงานซ้ำ ๆ บ่นบ่วง ไม่ต้องคิดมากนัก
  • งานใหม่เกิดขึ้นแทน — มักจะเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะสูงกว่า และได้เงินดีกว่า
  • ผู้ที่ไม่ปรับตัว — อันนี้เศร้า พวกเขาต้องลำบากจริง ๆ

โอเค แต่เขาบอกว่า AI มันต่างกัน

ได้ใจ ฉันเข้าใจความกังวล AI มันเร็ว มากกว่าการแนบสายฟ้า และมันเลียนแบบหลาย ๆ งานได้ แต่ก่อนที่เราจะสรุปว่า "คราวนี้จบแน่" ลองดูความเป็นจริงสักนิดนึง

AI ทำอะไรได้ดี? ทำงานซ้ำ ๆ ประมวลข้อมูลมหาศาล เลียนแบบ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น คืนเวลามนุษย์กลับมา

AI ทำอะไรไม่ได้ หรือไม่ดี? ตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน ขึ้นอยู่กับบริบทของคน สร้างสรรค์ในความหมายที่แท้จริง ตั้งเป้าหมายของชีวิต เข้าใจหัวใจคน เสนอแนวคิดใจแตกที่ยังไม่เคยมีใครคิด

ดูสิ งานที่มนุษย์ทำได้ดีมันเยอะแยะ AI มันเพิ่งจะเริ่ม

ลองมองไปยังตลาดแรงงานจริง ๆ สิ

ถ้าเรามองข้อมูลตลาดแรงงานในสหรัฐอเมริกา (ที่มีการใช้ AI มากที่สุด) เราจะเห็นอะไร? อัตราการว่างงานไม่เพิ่มขึ้น บางบริษัท บริษัททำมหาศาล ยังคงต้องการหาคน ต้องการคน ต้องการคนที่ "รู้" AI และเข้าใจธุรกิจ

เกิดอะไรขึ้น? เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ไม่ใช่ "ไม่มีงาน" แต่เป็น "งานเปลี่ยน" และผู้ที่เปลี่ยนตัวเร็ว ได้ประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม

แล้วถ้างานเรามันสามารถ AI ทำได้ละ?

นี่แหละสำคัญที่สุด ต้องคิดสติ ๆ

ถ้างานของคุณ เช่น การเขียนรายงาน การจัดระเบียบข้อมูล การตรวจสอบคุณภาพ การแปล —งานเหล่านี้อย่างแน่นอน AI ทำได้ดีกว่าเดิม

สิ่งที่ต้องทำตอนนี้:

  • อย่าหนีจาก AI หนีไปหา AI
  • เรียน ใช้ AI ให้เก่ง พูดให้มันได้งานที่ถูกต้อง
  • มองว่าคุณจะทำอะไรที่ AI ไม่ได้ ที่เพิ่มค่าให้ธุรกิจของคุณ
  • รวม AI เข้าไป ให้มันทำสิ่งที่มันเก่ง คุณโฟกัสกับสิ่งที่คนทำได้ดี

ลองดูอีกมุมนึง ถ้า ข้อมูลทำให้เราเข้าใจลูกค้าได้ลึกขึ้น ทำไม AI ที่ประมวลข้อมูลเร็ว ๆ ถึงไม่ช่วยเรา?

เศรษฐศาสตร์ของมัน จริง ๆ แล้ว

ถ้าบริษัทของคุณใช้ AI แล้ว ส่วนใหญ่ไม่ได้ว่า "เลิกจ้างคน" แต่เป็น "จ้างคนที่ทำงาน AI ได้ แล้ว ไม่ว่าจ้าง AI เพื่อให้คนทีมทำงานมากขึ้นและอื่น ๆ"

นั่นเป็นเรื่องที่บริษัทที่มีขนาดเล็ก ทำไม่ได้ ระบบ AI ยังแพง คุณต้องฝึกคน หรือจ้างคนใหม่ที่รู้ AI แล้ว นั่นมีค่าใช้จ่าย

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือ การพ่นความเหลื่อมล้ำ บริษัทใหญ่ที่ใช้ AI เร็ว จะได้ประโยชน์มากขึ้น บริษัทเล็กที่อยากลอง แต่อยากต่ออายุบริษัทเก่า มันเสี่ยง

สำหรับแต่ละคน ที่มีทักษะ แล้วเลือกที่จะเรียนรู้ AI ได้ เปรียบเทียบเก่า ที่ตามทักษะเดิม

แล้วมันจึงไม่ใช่ "AI จะแย่งงาน" แต่เป็น

"คนต้องตัดสินใจสิ"

ตัดสินใจเลือกเรียนรู้ ตัดสินใจเลือกหา "คู่ชีวิต" ในหน้าที่ของตัวเอง AI นั่นแล้วว่า คุณจะเป็นคนปลายเสือหรือคนถอยหลัง

สตาร์ทอัพหลายแห่งในไทย มันรู้นี่แล้ว พวกเขานั่งพูด "เราต้องใช้ AI" ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะออกแบบ แต่เพราะว่า ถ้ารอแล้ว ยุโรปจีน อเมริกา มันแล้ว ทำไมเราต้องทำแบบเดียวกัน

บางบริษัทเลือกสนาม ของเขา ไม่ใช่บนเทคโนโลยี แต่บนความเข้าใจลูกค้าเชิงลึก บริการที่ไม่มีระบบดิจิตัลไหนทำได้ ความเป็นมนุษย์

เสร็จแล้ว?

ไม่ใช่

ความกลัวของเรา มันสำคัญ ความกลัวบอกเราว่า เรารู้สึกว่าการตัดสินใจสำคัญนี้ อยู่นอกมือเรา การเปลี่ยนแปลงนี้ เกินความเร็วที่เรายอมรับได้

ถูก นั่นแหละเรื่องจริง ให้เวลากับตัวเอง แต่อย่าให้เวลามากเกินไป เพราะในตลาดแรงงาน ใครที่เลือก "เข้าใจและปรับตัวไป" มักได้ประโยชน์กว่าคนที่อยู่หนี

อย่างสุดท้าย ความจริงคือ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ เศรษฐกิจมักโตขึ้น มีคนรวยขึ้น มีคนลำบากขึ้นด้วย แต่โดยรวม ความเป็นไปได้สำหรับคนที่พยายาม มักจะเพิ่มขึ้น ไม่ลดลง

ถ้า AI มาแย่งงาน แต่ก่อให้เกิดโอกาสใหม่มากขึ้น แล้ว "แย่งงาน" มันไม่ได้สรุปเรื่องทั้งหมด

เอากับพูดคุยเชิงลึกไปถึงเรื่องทีที่ ให้ลดความกลัว บ้าง

ธุรกิจเทรนด์มือใหม่
วรรณา วงศ์ทอง
นักเขียนสายธุรกิจและเทคโนโลยี เชิงวิเคราะห์เจาะลึกแนวโน้มและข้อมูลเชิงลึก (Business & Tech Insights) ที่คลุกคลีในวงการมา 9 ปี ชอบทดลองและถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย