จริงหรือที่ AI จะมาเอาตำแหน่งงานของเรา? มองใหม่ว่าเทคโนโลยี คือโอกาส ไม่ใช่ภัยคุกคาม
เข้าใจให้ถูก: AI ไม่ได้เป็น "คนเก่ง" ที่มาเอาตำแหน่ง
ทุกครั้งที่ข่าว AI โปรแกรมใหม่ออกมา ผมเห็นคอมเมนต์ไม่กี่นาทีว่า "อ่านแล้วหวาดเสียว" หรือ "ตอนนี้คนที่ไม่เรียน AI จะตกงาน" อย่างนี้นะ
แต่ถ้าคิดอย่างนี้จริงๆ ก็เหมือนคนเมื่อ 50 ปีที่แล้ว กลัวว่า "คอมพิวเตอร์" มาแล้วคนไทยทั้งประเทศจะตกงาน ผลเป็นไง? เศรษฐกิจโลกเติบโต มีงานใหม่เกิดขึ้นแทน แม้ว่างานบางอย่างจะหายไป
สิ่งที่ผมอยากพูดถึง คือการมองภาพใหญ่ให้เห็น AI ไม่ใช่เพื่อแทนที่คน แต่เพื่อให้คนทำงานได้ดีขึ้น และถ้าเรายอมรับจริงๆ นั่นคือโอกาส ไม่ใช่ภัยคุกคาม
เกิดอะไรขึ้นจริงๆ ในตลาดแรงงาน
ผมติดตามข้อมูลเศรษฐกิจมา ปกติสิ่งที่เกิดขึ้นคือ:
- งานซ้ำๆ เบื่อๆ หายไป – เช่น การจัดเรียงข้อมูล หรือการตรวจสอบเอกสารซ้ำ พวกนี้คอมพิวเตอร์ทำได้ดีกว่า
- งานใหม่เกิดขึ้น – ผู้ที่เข้าใจ AI ไปใช้ได้จะได้เงินเดือนสูงขึ้น งานสร้างสรรค์ เช่น "ให้ AI ทำโปรแกรมสำหรับธุรกิจของเรา" มีอยู่เพียบ
- ความเพียงพอใจเพิ่มขึ้น – ถ้า HR มนุษย์ใช้ AI มาคัดกรองใบสมัคร เขาจะหาคนได้ดีกว่า การสัมภาษณ์จึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรื่องยากคือ ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถหมุนตัวไปงานใหม่ได้ สังคมจึงต้องเตรียมตัว ให้การอบรม ต่าง ๆ แต่นั่นคือปัญหาที่นโยบายและการศึกษาต้องมาแก้ ไม่ใช่ เทคโนโลยีโดยตัวมันเองที่เป็นปัญหา
ทำไมตรงนี้มีคนยังเกรงใจ?
ผมเข้าใจค่ะ ความกลัวมันเป็นธรรมชาติ เมื่อเราเห็นสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจมาก็ฟีลว่าต่อต้าน ลองคิดแล้วง่ายกว่า
แต่ปัญหาจริง คือคนที่ไม่อยากเรียน ไม่อยากติดตามเทรนด์ เค้าแล้ว จะตกห่างไปไม่ว่า AI มาหรือไม่มา เพราะตลาดแรงงานเคยเปลี่ยนมาแล้ว หลายครั้ง
ผมเคยคุยกับอาจารย์ที่สอนการเขียนโปรแกรมพูดว่า "ผมกลัวนักเรียน ที่มา class แล้วบอกว่า 'ทำไมต้องเรียน Python ถ้า ChatGPT เขียนได้'"
ฟังดูสมเหตุสมผล ใช่มั้ย? แต่จริงๆ คนที่ไม่รู้ Python จะตรวจสอบไม่ได้ว่า ChatGPT เขียนถูก ตรวจสอบไม่ได้ว่ามีบั๊ก เข้าใจความตั้งใจโค้ดไม่ได้ ตกต่างกับคนที่รู้ API ไปให้ AI ช่วยเขียนก็ได้คุณภาพสูง ทำงานเสร็จเร็ว
โอกาสที่ผมเห็นจริงๆ
ในบริษัท ผมเห็นเรื่องนี้ชัด ๆ ทีเดียว:
1. คนไม่ต้องทำงานซูมใหญ่
สมมติว่าเธอเป็น Content Manager ที่เขียนบล็อก สปอต โพสต์ทั้งวัน ตอนนี้สามารถใช้ AI เขียนร่างแรก แล้วเธอมาแต่ง แต่ตรวจ คำของเธอจะออกมาดีกว่าเพราะเธอพึ่งไม่ได้เคลด่อกเคลอื่นใจคิดเก็บโรค ตัวเธอแต่งได้ดีขึ้นเพราะส่วนที่เหนื่อยมันลงไป
2. ได้เหมือนทำงานที่ต้องใช้สมองมากขึ้น
ถ้าเสร็จงานซ้ำได้เร็วขึ้น นายงานจะให้งานใหม่ที่คิดเยอะขึ้นมา คิดเหนือเธอกว่า "เสร็จเร็ว แล้วเธอช่วยลองพิจารณาว่าคนไทยชอบสี อะไร ถึงแม้จะ Trend แบบนี้" แบบนี้นะ
3. มีลูกค้าใหม่เกิดขึ้น
บริษัทที่ใช้ AI ได้คล่องแคล่ว อัตราการให้บริการเพิ่มขึ้น ยอดขายโตขึ้น ก็จะเปิดตำแหน่งใหม่ ตำแหน่งหลายอันไป ไปหนุนการขยาย
แล้วผมต้องเตรียมตัวยังไง?
นี่คือส่วนที่ผมอยากให้ฟังจริงๆ
อย่างแรก เปิดใจ
หยุดกลัว ศึกษาดู ChatGPT, Copilot, Gemini อะไรก็ได้ ทำให้รู้สึกว่า "อ้อ มันก็แค่เครื่องมือ" ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่กำลังมา
อย่างที่สอง เรียนรู้ใช้มัน
ให้ AI ช่วยงานของเธอ ตัวอย่างเช่น ถ้าเธอทำ Social Media ลองบอก ChatGPT ว่า "ช่วยเขียน 5 แคปชั่น Instagram สำหรับแบรนด์ ผ้าไทย" ดูว่ามันเขียนอย่างไร แล้วแต่งต่อจากนั้น ด้วยความรู้ของเธอ
อย่างที่สาม ไม่ยุ่งกับเทคนิคที่ไม่ต้องรู้ ให้เน้นค่าเพิ่มเติม
ไม่ต้องเรียน Machine Learning ยาวหาย ถ้างานเธอไม่ใช่ Data Scientist แล้ว แต่ที่ต้องเรียนคือ "ทำไมข้อมูลนี้สำคัญ" "ถามคำถามที่ถูกไม่ถูกกับ AI" "วิจารณ์ผลลัพธ์ที่ได้"
อย่างที่สี่ ติดตามเรื่อง Soft Skill
หนึ่งสิ่งที่ AI ไม่มีและยังไม่สามารถมีได้ดี คือการคิดอยากเรื่องคน เหตุผล จิตใจ ภาษา สัมพันธ์ การสร้างสรรค์งาน Leadership คุณลักษณะพวกนี้มันแปลก AI ได้ยาก คนที่เก่งแต่ว่าเข้าใจคนค่ะ
ลองมองกลับไปหลังๆ
สมัยที่ Excel เพิ่งออกมา คนจำนวนมากกลัว "ถ้า Excel ทำได้ ตัดสิน Accountant ก็หายแล้ว"
จริงหรือเปล่า? ไม่เลย Accountant ตอนนี้ใช้ Excel ทำงานเพิ่มพูน ข้อมูลมากขึ้น จบเร็วขึ้น ได้ค่าจ้างสูงขึ้น
หรือแม้แต่กล้อง คุณยายเราเคย่จ่มัว"ถ้ามีกล้องดิจิทัล ช่างภาพไหนยังหากิน" แล้วปัจจุบัน? Content Creator มีจำนวนมาก ถึงราคากล้องลดลง แต่ผู้คนที่เก่งการถ่าย Edit ทำ Thumbnail ได้ประเมิน เขาหาเงินได้เยอะกว่าเดิม
มองข้างหน้า ไม่ต้องกลัว ต้องเตรียม
ผมอยากให้เข้าใจว่า AI จะมาขึ้นไม่ขึ้นมา มันเป็นเรื่องของตัดสินใจของ CTO และมุมมองธุรกิจ เราตัดสินใจไม่ได้ แต่ที่เราตัดสินใจได้คือ "วันนี้ตัวเราเลือกเรียน เลือกปรับตัว ลือเลือกเอาอยู่ตรงนี้"
คนที่มี Growth Mindset เขาจะใช้ AI เป็นไม้เท้า ใช้มันทำให้ตัวเองดีขึ้น ตัวเองมีค่าขึ้น คนที่ติดใจเก่า คิดว่าโลกไม่ต้องเปลี่ยน คนแบบนั้นจะตกห่างไปไม่ว่า AI มาหรือเปล่า
สิ่งที่ผมเห็นจากค่ายธุรกิจ ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ คือ โอกาสเสมอ ติดตามผู้ที่พร้อมรับตัว โอกาสไม่ได้ติดตาม คนที่นั่งรอ
ผลสรุป
ถ้าเธออยู่ตรงนี้แล้วกลัว ผมอยากให้แค่ลองสักครั้ง
ลองคลิกเข้า ChatGPT ลองถามมัน ถามให้มันช่วยคิด ช่วยเขียน ช่วยอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานของเธอ แล้วบอกตัวเองว่า "โอ้ มันก็แค่นี้ ผมทำได้ดีกว่า ถ้าผมรู้วิธี"
นั่นแหละ โอกาส